ถ้าคุณเป็นคนนึงที่มีคำถามอยู่ในใจว่า หากจะทำธุรกิจเครือข่าย ควรจะเลือกบริษัทไหนเป็น Partner แล้วทำไมต้องเลือกบริษัทนั้น มันดีกว่าเหนือกว่าบริษัทอื่นอย่างไร ใช้อะไรตัดสิน เพราะมันคงไม่ใช่แค่ปัจจัยเบื้องต้น 3 ข้อแบบหยาบๆนั่นคือ ตัวบริษัท แผนการตลาด และสินค้า วันนี้เราจะเปิดเผย 8 ปัจจัยที่เราใช้เลือก Partner และมาดูกันว่าบริษัทไหนที่เราแนะนำ

1. บริษัทเปิดมานานพอ

“A man always has two reasons for doing anything: a good reason and the real reason.”
J. P. Morgan

“คนเราเมื่อทำอะไรซักอย่างมักจะมี 2 เหตุผล คือ เหตุผลที่ดี กับเหตุผลที่แท้จริง” เป็นคำพูดของ J. P. Morgan นักการธนาคารชาวอเมริกัน

แค่ บริษัทมีความมั่นคง และไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ไม่เพียงพอสำหรับการเลือกบริษัทนั้นเป็น Partner มันมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น นั่นคือ บริษัทต้องเปิดมานานพอ เพราะบริษัทที่กระจายสินค้าแบบ MLM เปิดใหม่ทุกสัปดาห์และปิดตัวทุกอาทิตย์ คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าบริษัทจะยืนระยะได้หรือเปล่า

นอกจากนี้ ถ้าคุณเลือกบริษัทที่เปิดมานาน คุณจะแก้ปัญหาที่ใหญ่มากในอนาคตนั่นคือ การย้ายบริษัทของ Downline ของคุณ บริษัทที่เปิดใหม่จะดึงดูดคนมากมายที่เลือกบริษัทนั้นเพราะเหตุผลเรื่อง “อยากเป็นต้นสาย” แล้วก็สมัครกับบริษัทนั้น และหลังจากทำธุรกิจได้ 2-3 ปีก็เปลี่ยนไปอยู่บริษัทใหม่ เพราะอยากเป็นต้นสายของบริษัทใหม่

มันคง ไม่สนุกแน่ถ้าคุณสร้างธุรกิจกับบริษัทใหม่ แล้วเวลาผ่านไป 2-3 ปี Downline ที่เป็นผู้นำของคุณที่มียอดธุรกิจ 100,000 แต้ม ก็ย้ายไปบริษัทใหม่ เพราะอยากเป็นต้นสายบริษัทใหม่ คุณก็ต้องเสียผู้นำคนนั้นไปโดยไม่จำเป็น

ถ้า บริษัทนั้นๆเปิดมานานกว่า 5 ปี คุณก็ค่อนข้างจะมั่นใจได้ว่าคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับคุณ เป็นประเภทที่ไม่ได้อยากเป็นต้นสายไม่ใช่พวกทำไร่เลื่อนลอยเปลี่ยนบริษัทไป เรื่อยๆ สายงานที่คุณสร้างมาก็จะมั่นคง คนไม่ย้าย เพราะฉะนั้นขอให้คุณเลือกอยู่กับบริษัทที่เปิดในไทยมานานกว่า 3 ปี

2. รูปแบบของแผนการตลาด

“I choose to live, not just exist.”
James Hetfield

“ฉันเลือกที่จะใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่มีชีวิต” มาจากคำพูดของ James Hetfield นักร้อง และนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน

คุณ คงสงสัยว่าจะเลือกบริษัทที่ใช้แผนแบบ Binary-Matching หรือ Stair Step-Break Away ดี เพราะทั้งสองแผนก็มีข้อดีข้อเสียคนละแบบ แต่หลังจากธุรกิจ MLM เกิดขึ้นบนโลกนี้เมื่อ 60 กว่าปีก่อน สถิติของการทำธุรกิจนี้บ่งชี้ว่า คนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่เทพมาจากไหน จะดูแลได้สูงสุดแค่ 2 สายงานเท่านั้น

ถ้า เลือกแผนแบบ Stair Step-Break Away คุณจะไม่โฟกัสกับการสร้างแค่ 2 สายงาน คุณต้องสร้าง 6 สาย 10 สาย ตามแต่ที่บริษัทกำหนด เพื่อให้ได้รายได้ครบทุกช่องทาง แต่ถ้าคุณเลือกแผนแบบ Binary-Matching มันเป็นแผนที่ถูกสร้างมาเพื่อให้สร้างแค่ 2 สาย และเหมาะสมกับคนธรรมดาทั่วไป

นอก จากนี้แผนแบบ Binary-Matching ยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปิดจุดอ่อนเรื่อง “มีคนมากมายแต่ไม่มียอด” ของแผนแบบ Stair Step-Break Away เพราะแผนแบบ Binary-Matching มีการให้นักธุรกิจรักษายอดธุรกิจส่วนตัว

ซึ่ง ยังช่วยแก้อีกปัญหานึงนั่นคือ ช่วยกรองคนที่ตั้งใจจริงกับคนที่ไม่ตั้งใจออกจากกัน คนที่ไม่จริงจังกับการทำธุรกิจก็จะไม่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยการ ซื้อสินค้า ทำให้เราโฟกัสกับคนที่ซื้อสินค้าเพื่อรักษายอดและลงมือช่วยได้ถูกคน และประหยัดแรง

3. ช่องทางการรับรายได้

“Only in a novel are all things given full play.”
David Herbert Lawrence

“มีแต่ในนิยายเท่านั้นที่ทุกสิ่งได้รับความสนใจ” เป็นคำพูดของ David Herbert Lawrence กวีชาวอังกฤษ

มัน จะดีกว่า ยุติธรรมกว่าไหม ถ้าแผนการตลาดของบริษัทเปิดโอกาสให้คุณได้รายได้ครบทุกช่องทางตั้งแต่วันแรก ที่คุณเริ่มต้นธุรกิจ เพราะแผนธุรกิจส่วนใหญ่ต้องให้คุณขึ้นตำแหน่งต่างๆตามที่บริษัทกำหนด ก่อนที่จะได้รับช่องทางการรับรายได้ที่เพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผนแบบ Stair Step-Break Away เป็นแบบนี้ทุกแผน คุณต้องขึ้นตำแหน่งเพื่อให้ได้รายได้มากช่องทางกว่า Downline และแผนแบบ Binary-Matching ส่วนใหญ่ก็ยังให้รายได้ไม่ครบทุกช่องทางที่คุณเริ่มต้นธุรกิจอยู่ดี

มี เพียงแผนแบบ Binary ที่เป็นแบบโบราณที่มีรายได้ช่องทางเดียว และแผนการตลาดของบริษัทไม่กี่บริษัทที่ให้คุณได้รายได้ครบทุกช่องทางตั้งแต่ วันแรก

4. ความรวดเร็วในการสร้างเครือข่าย

“Speed provides the one genuinely modern pleasure.”
Aldous Huxley 

“ความเร็วมอบความสุขที่ทั้งทันสมัยและแท้จริง” เป็นคำพูดของ Aldous Huxley นักเขียนชาวอังกฤษ

ถ้า เลือกได้ระหว่าง “สำเร็จเร็ว” กับ “สำเร็จช้า” ทุกคนคงเลือก “สำเร็จเร็ว” เพราะมันดีกว่า “สำเร็จช้า” อย่างแน่นอน ถ้าเลือกบริษัทที่ใช้แผนแบบ Stair Step-Break Away คุณต้องสร้าง 6 สายงาน หรือ 10 สายงาน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนธรรมดาจะสำเร็จได้เร็วกว่าการสร้างแค่ 2 สายงาน ของแผนแบบ Binary-Matching

นอกจากนี้การบังคับให้สร้างแค่ 2 สายงานยังบังคับให้คุณช่วยเหลือ Downline ที่อยู่สายลึกอย่างเต็มที่ เพราะคนที่คุณ Sponsor ได้ก็ต้องถูกนำไปต่อให้กับ Downline และคนในองค์กรก็จะช่วยเหลือกันได้อย่างเต็มที่

ในขณะที่ถ้าคุณต้อง สร้าง 6 สาย หรือ 10 สาย คุณจะสับสนกับการสร้างทั้ง “หน้ากว้าง” และ “สายลึก” อีกทั้งยังไม่เกื้อหนุนให้เกิดการช่วยเหลือกัน เพราะวัฒนธรรมจะกลายเป็นต่างคนต่างทำไม่ค่อยให้ความช่วยเหลือกัน

เพราะ ฉะนั้นคุณจะใช้พลังงาน ทรัพยากร และเวลาที่คุณมีอยู่ ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และเร่งให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วถ้าบริษัทที่คุณเลือกเป็น Partner ใช้แผนแบบ Binary-Matching

5. ความเป็นไปได้

“With self-discipline most anything is possible.”
Theodore Roosevelt

“ด้วยวินัยของคุณเกือบทุกสิ่งเป็นไปได้” เป็นคำพูดของ Theodore Roosevelt รัฐบุรุษ และประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

หลาย ต่อหลายคนคงเคยได้ยินวลีที่ว่า “ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย” หรือ “ถ้าการทำงานหนักจะทำให้รวย ทาสคงรวยที่สุดไปแล้ว” ถ้าคุณเลือกแผนการตลาดที่ทำยากมาก คนธรรมดามีโอกาสน้อยมากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่เก่ง มันก็ยังยากสำหรับคุณและคนที่คุณชวนให้เข้ามาร่วมธุรกิจจะประสบความสำเร็จ ได้

วิธีที่ดูความเป็นไปได้ที่ง่ายที่สุดคือ ดูจากจำนวนนักธุรกิจที่มีรายได้มากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับยอดขายรวมของทั้งบริษัท

มีเพียงไม่กี่บริษัทในประเทศไทย ที่เปิดเผยข้อมูลนี้ แสดงให้เห็นว่าบริษัทที่เปิดเผยสิ่งนี้ มีหลักฐานเรื่องความเป็นไปได้ในการสร้างธุรกิจกับบริษัทนั้น

6. การเริ่มต้นธุรกิจ

“Start with what is right rather than what is acceptable.”
Franz Kafka

“เริ่มต้นกับสิ่งที่ใช่ แทนที่จะเริ่มต้นกับสิ่งที่พอรับได้” เป็นคำพูดของ Franz Kafka กวีชาวออสเตรีย

บริษัท ที่มีการเริ่มต้นธุรกิจที่ถูกกว่า ใช้เงินน้อยกว่า ย่อมเข้าถึงคนได้มากกว่า และง่ายกว่าสำหรับการตัดสินใจ ถ้าคุณเลือกบริษัทที่ต้องเริ่มต้นธุรกิจโดยใช้เงินเยอะ คุณจะเสียกลุ่มเป้าหมายการ Sponsor บางกลุ่มที่มีเงินน้อยไปโดยปริยาย นั่นคือ กลุ่มนักศึกษา และกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

ในขณะเดียวกันถ้าธุรกิจไม่มีการบังคับเรื่อง การเริ่มต้นธุรกิจเลย ก็ทำให้คุณเกิดปัญหา “มีคนมากมายแต่ไม่มียอด” อีกทั้งยังแยกไม่ออกระหว่างคนที่มาทำธุรกิจเล่นๆไม่จริงจัง ต้องการศึกษาเฉยๆ กับคนที่ตั้งใจจริง ทำให้เราสูญเสียพลังงาน ทรัพยากร และเวลาไปโดยใช่เหตุกับคนที่ไม่ใช่่

7. การยืนระยะของนักธุรกิจ

“I persist in performing.”
David Tudor

“ฉันยังคงแสดงอยู่” เป็นคำพูดของ David Tudor นักเปียโนชาวอเมริกัน

การ ยืนระยะของนักธุรกิจมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าแผนการตลาดของบริษัท ไม่เอื้อให้คุณหรือ Downline ของคุณอยู่ในธุรกิจนานพอที่จะประสบความสำเร็จได้

แผนแบบ Stair Step-Break Away มักจะมีปัญหานี้ เพราะสร้างธุรกิจได้ยาก และไม่มีการรักษายอดส่วนตัวของนักธุรกิจ ทำให้พอ Sponsor คนที่เข้ามาใหม่ได้แค่ 1-2 เดือน เพราะเค้าไม่มีรายได้มีแต่รายจ่าย ก็มักจะออกจากธุรกิจไป ทั้งๆที่บางคนพอไปเริ่มธุรกิจกับบริษัทอื่นที่ใช้แผนแบบ Binary-Matching ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงมีรายได้ต่อเดือนมากกว่า 100,000 บาทได้

ส่วน แผนแบบ Binary-Matching ก็อาจจะยังมีปัญหา หากกำหนดให้มีการรักษายอดส่วนตัวที่สูงจนเกินไป บางบริษัทต้องรักษายอดส่วนตัวเฉียดหมื่น ก็ยากเช่นกันสำหรับคนที่เข้ามาใหม่แล้วไม่มีรายได้ มีแต่รายจ่ายออกไปเกือบหมื่นทุกเดือน

ทางออกที่ดีที่สุดคือ คุณควรจะมองหาบริษัทที่รักษายอดส่วนตัวต่อเดือนไม่เกิน 1,000 บาท เพราะมันเป็นไปได้สำหรับคนทุกกลุ่ม แม้แต่กลุ่มคนมีรายได้น้อยหรือเป็นนักศึกษา พวกเค้าเหล่านี้มีโอกาสยืนระยะได้เพราะรายได้ที่เค้าได้ แม้ในเดือนแรกๆก็ยังเกิน 1,000 บาท ซึ่งสูงกว่ารายจ่ายที่เค้าจ่ายออกไป

8. สินค้า

“The essence of the beautiful is unity in variety.”
W. Somerset Maugham

เรื่อง สินค้าในที่นี้ไม่ใช่เรื่องของคุณภาพของสินค้า เพราะสินค้าในธุรกิจ MLM ส่วนใหญ่มีคุณภาพสูง บริษัทชั้นนำที่มียอดขายระดับ 1,000 ล้านบาทได้คงไม่ขายของชั้นต่ำคุณภาพชั้นเลว

แต่เรื่องสินค้าในที่นี้ หมายถึงการที่บริษัทมีสินค้าทั้ง 2 ประเภท นั่นคือ “สินค้าจำเป็นต้องใช้” เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก และ “สินค้าจำเป็นจึงใช้” เช่น อาหารเสริม ดูแลผิว

บริษัทที่ดีต้องมีสินค้าทั้ง 2 แบบ ถ้าไม่มี “สินค้าจำเป็นต้องใช้” มันจะทำให้งานของคุณยากมากที่จะต้องไปโน้มน้าวให้ผู้มุ่งหวังเห็นด้วยกับการ ใช้ “สินค้าจำเป็นจึงใช้” หลายต่อหลายคนไม่ค่อยเห็นด้วยกับการทานอาหารเสริม หรือถ้ากลุ่มผู้ชายก็ยากที่จะขายสินค้าในกลุ่มดูแลผิวได้

เพราะฉะนั้นบริษัทที่คุณจะเลือกควรจะต้องมีทั้ง “สินค้าจำเป็นต้องใช้” และ “สินค้าจำเป็นจึงใช้”

เข้าร่วมสัมมนา อบรมฟรี


ธุรกิจออนไลน์ขายปลีกอีเบย์ เว็บไซต์ eBay เหมาะกับท่านที่ต้องการขยายช่องทางขายปลีก ที่ต้นทุนต่ำ กระจายสู่สายตาคนทั่วโลก พบเคล็บลับ เทคนิค ที่จะสอนบอกให้ท่านสร้างรายได้หลัก 100,000 - 1,000,000 บาท ได้อย่างไร?

==> รายละเอียดและการสมัครอบรมอีเบย์

โปรโมทธุรกิจด้วยเฟสบุ๊ค สัมมนาที่จะบอกเทคนิค เปิดเผยเคล็ดลับ การสร้างความสำเร็จในการโปรโมทด้วย Facebook ทำได้อย่างไรให้ได้ยอดคนดูเป็นแสนโดยไม่ใช้เงินสักบาท และลงโฆษณาอย่างไร ให้ได้ผลตอบแทนมากกว่า 10 เท่า จากค่าโฆษณา

==> รายละเอียดและการสมัครอบรม Facebook

ธุรกิจออนไลน์ขายส่งด้วย Alibaba เว็บไซต์อาลีบาบาเป็นเว็บขายส่งที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก มีคนไทยสร้างรายได้เป็นหลักล้าน จากช่องทางนี้มากมาย พบกับสัมมนาที่เปิดช่องทางการค้า การนำเข้า-ส่งออก ขายส่ง ชี้แนะช่องทางสร้างรายได้จาก Alibaba เขาทำกันได้อย่างไร?

==> รายละเอียดและการสมัครสัมมนาอาลีบาบา
loading...